2007/Jan/27

เป็นปกติที่เมื่อเปิดคอมปุ๊บ อย่างแรกที่ทำคือออนไลน์เอมเอสเอน ดูว่ามีเมล์สำคัญอะไรไหม ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องเช็คเมล์ (ไม่ชอบเช็คเมล์เลยให้ตายสิ)

ตามด้วยการเข้าไปดูสเปซตัวเอง เช็คเรตติ้งว่ามีเพื่อนเข้ามาคอมเมนต์ด่าอะไรไหม ตามด้วยการเข้าไปที่อะกาลิโก.ไดอารี่อิส+อะกาลิโก.เอกซ์ทีน+อะกูลิโก.เอกซ์ทีนแห่งนี้ จากนั้นก็เข้าสู่การทำงานและคุยกับเพื่อนตามปกติ

แต่รู้อะไรไหม ไม่ใช่แค่เข้าไปเช็คทีแรกแค่ครั้งเดียว สำหรับอะกาลิโกทั้งสองแห่งเป็นเวบที่เราจะเปิดดูอยู่เรื่อยๆทั้งวัน ไม่รู้ทำไม แทบจะทุกชั่วโมงก็ว่าได้ ป่วยเนอะ

วันนี้ก็อีกเช่นกัน เปิดดูเรื่อยๆ เห็นมีอัพไดอารี่อิส อ่านดูก็ไม่มีไร เป็นเรื่องที่ได้ยินได้ฟังมาหมดแล้ว เปิดดูเอกซ์ทีนก็เป็นเรื่องเก่า

แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในเอกซ์ทีนมีเรื่องใหม่....

อ่านจบแล้วประสาทไปเลย ร้องไห้ปล่อยโฮมาเสียงดังลั่น ด้วยเพราะไม่มีใครอยู่บ้าน จึงอิสระในการฟูมฟายเต็มที่ด้วยเพราะมันเจ็บเกินไป

ไม่ใช่ว่าเรารับความจริงไม่ได้

แต่ตอนที่เรายืดอกรับความจริงนี้ กลับไม่มีความจริงใดๆให้เราเข้าใจ มีแต่ความเงียบ จนเราต้องพยายามหาเหตุผลมาอธิบายตัวเองจน(น่าจะ)เข้าใจเรื่องทั้งหมด และปล่อยให้มันเป็นอดีตไป

พอในวันที่เราวิ่งเล่นได้อย่างสบายใจ ยิ้มกว้างๆแบบไม่คิดอะไร ก็มีความจริงมาให้หน้าเราต้องเปรอะน้ำตาอีกแล้ว

ภาพแต่ละภาพที่บรรยายในบลอกนั้น มันชัดเจนเสียจนน้ำตาไหล

แย่หน่อยตรงที่เราดันรู้ไปเสียหมดว่าฉากไหนตัวละครเป็นใคร แย่หน่อยที่ต้องมาเศร้าอยู่คนเดียวทั้งที่คนอื่นมาอ่านคงอ่านไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย

เข้าใจแล้วล่ะ เรื่องเอามีดมากรีดแขนน่ะ

เรารู้แล้วล่ะว่าเราเหวอหวะไปขนาดไหน ก็เจ็บจนชามาตั้งนาน ไม่ได้หันมามองตัวเองเลย วันนี้ลองมองดูแล้ว...ยับเยินจริงๆ

.....

เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว เหมือนเป็นวัฏจักรบ้าบออะไรสักอย่าง

คราวนั้น วันที่เราอยู่ด้วยกันครึ่งวัน เรามีความสุขจนแทบสำลักตาย แต่ในอีก2-3อาทิตย์ถัดมาเราก็แทบเป็นบ้าตายเพราะความเศร้า

ทำให้เราไม่มั่นใจในการให้ของขวัญอย่างที่เคยบอกไป

เมื่อวันก่อนเราโทรคุยกันสนุกสนาน เรามีความสุขมาก และนึกหวั่นอยู่ในใจว่าเดี๋ยวต้องมีเรื่องให้วุ่นวายใจแน่นอน และก็จริงเกินคาด ความทุกข์ตามติดความสุขมาไม่ห่าง

เราอ่านบลอกนั้นจบลง เราก็ต้องมานั่งคิดอีกแล้วว่า เราจะทำยังไงดี?

และมันก็เป็นช่วงขณะเดียวกันกับที่เรากำลังจะซื้อของสิ่งนั้นให้เป็นของขวัญอีกแล้ว

ความมั่นใจถูกสั่นคลอนอีกแล้ว

ไม่มั่นใจเลยจริงๆ...ทำไมมันต้องมาเอาช่วงเวลานี้พอดีด้วยนะ เราแค่อยากจะ'ให้'แบบไม่มีอะไรตะขิดตะขวงใจ ทำไมต้องมาให้เรารับรู้อะไรตอนนี้ด้วย

....

ความตั้งใจอย่างเดียวของปีนี้คือ เก็บเงิน เพื่อไปแสดงความยินดีกับด็อกเตอร์คนใหม่ในปีหน้าที่ประเทศญี่ปุ่น

เราควรตั้งใจไหมนี่? เรามีสิทธิจะไปแสดงความยินดีไหม?

....

เมื่อคืนนี้เจอเรื่องบ้าๆอีกแล้ว

เราไปเที่ยวกับเปิ้ล พี่เด่น และกิ้ฟท์

และบังเอิญเพื่อนรุ่นพี่ของกิ้ฟท์ก็มาร้านเดียวกัน เดินมาสังสรรค์เป็นพักๆ

ไอ้เราก็สนุกมากไปหน่อย เฮฮาร่าเริง เต้นแหลก เค้ามาเต้นด้วยก็ไม่ใส่ใจ คนเมาๆมือไม้ก็พัลวัน แต่เหมือนเป็นเรื่องที่ชินชาและคุ้นเคย แต่ละคนก็กอดคอกันเต้น จับมือกันนัว คุยกันแบบปากแนบหูตามวิสัย

ไอ้พี่นี่ก็อยู่ใกล้ๆเรา เราก็เต้นสะบั้นหั่นแหลก กอดคอกันไปเรื่อย ยิ้มแย้ม ขำ เฮฮา ร้องเพลงกันไป

แต่รู้แล้วแหละว่าชักทะแม่งๆ ความรู้สึกแบบนี้เหมือนตอนอยู่กับมันเลย เวลาโดนจับมือแบบนี้ การสัมผัสแบบเดียวกันเลย สายตาที่มอง คำพูดที่พูดออกมาจากปาก มันคือคนประเภทเดียวกันเลย...ไอ้พวกผู้ชาย

คิดอะไรมากไปหรือเปล่า คิดว่าเรา flirt เหรอ เราก็แค่สนุกกับเสียงเพลง มามองเราแบบนั้นทำไม อย่ามามองตาละห้อย อย่ามาทำเป็นยืนรอ อย่ามาเดินตาม อย่ามาอ้อนว่าจะไปส่งบ้าน แม่งเป็นอะไรกันวะ ไม่เข้าใจไอ้พวกนี้จริงๆ

แค่อยากเล่าให้ฟังเฉยๆ

เซ็งน่ะ

Comment

Comment:

Tweet